รีวิวหนัง Red Notice

รีวิวหนัง Red Notice

อีกหนึ่งผลงานหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ประจำปี 2021 จาก Netflix ที่ได้สามนักแสดงดังแห่งยุคอย่าง เดอะ ร็อค (Jungle Cruise), ไรอัน เรย์โนลด์ (Deadpool) และ กัล กาดอท (Wonder Woman) โคจรมาเจอกัน ภายใต้งานกำกับและเขียนบทของ รอว์สัน มาร์แชล ทูเบอร์ (Skyscraper)

โดยหนังจะว่าด้วยเรื่องราวของ จอห์น ฮาร์ลีย์ (เดอะ ร็อค)  เจ้าหน้าที่ FBI ผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีของมีค่า ที่ได้ตามล่า โนแลน บูธ (ไรอัน เรย์โนลด์) จอมโจรที่ได้ขโมยไข่ทองคำที่เป็นสมบัติของคลีโอพัตรา จากพิพิฒภัณฑ์ในกรุงโรม ทว่าหลังจากที่ตามล่า บูธ จนได้ตัว ฮาร์ลีย์ ก็พบว่าเขาได้ถูกใส่ร้ายจาก บิชอป (กัล กาดอท) อีกหนึ่งจอมโจรสาว ที่ได้ให้ร้ายว่า ฮาร์ลีย์ และบูธ ร่วมมือกันเพื่อขโมยไข่ทองคำ ด้านตัว ฮาร์ลีย์ ที่เห็นแบบนั้นเขาเลยต้องร่วมมือกับ บูธ เพื่อกู้ชื่อเสียงของตนกลับคืนมา และหาทางเอาคืน บิชอป ด้วยแผนการอันเหนือชั้น (และหลุดโลก) ของพวกเขา

Red Notice ยังคงเป็นงานแอคชั่น คอเมดี้ ที่มาในโทนเดียวกับ Hobb & Shaw ที่ เดอะ ร็อค เคยแสดงนำ และมี เรย์โนลด์ไปรับเชิญ โดยหนังจะมาพร้อมการเล่าเรื่องสไตล์หนังคู่หู คู่กัด ที่ตลอดทั้งเรื่องจะเต็มไปด้วยการไล่ล่า การทำภารกิจ และความเกรียนที่ไม่ลงลอยของตัวละครหลัก ซึ่งในเรื่องนี้หนังก็ใช้งานคาแรคเตอร์ของสามตัวละครหลัก ที่หักเหลี่ยมเฉือนคมไปมา พร้อมการยิงมุกใส่กันเป็นระยะ ๆ จนกลายเป็นความบันเทิงของหนังตลอดทั้งเรื่อง

ด้านฉากแอคชั่นของหนังก็นับว่าทำออกมาได้ดี มีการผสมผสานรูปแบบการต่อสู้ทั้งมือเปล่า และการใช้อาวุธทั้งเล็ก ใหญ่ และระดับความโม้แหลกที่ฉีกทุกกฎฟิสิกส์ พอ ๆ กับหนังตระกูล Fast นอกจากนี้หนังยังผสมกลิ่นไอของหนังแนวผจญภัย ล่าสมบัติแบบ Indiana Jones ที่มีความตื่นตาตื่นใจ มีการผสมผสานเรื่องราวประวัติศาสตร์ เข้าไปเพิ่มสีสันให้ตัวหนังมีความสมจริง มากยิ่งขึ้น

เคมีการแสดงของทีมนักแสดงทั้ง 3 คน ต่างสามารถสร้างสีสันให้หนังได้อย่างดีเยี่ยม ไรอัน เรย์โนลด์ ยังคงเป็นจอมยิงมุกประจำเรื่อง ที่แต่ละมุกของเขาสามารถสร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดทั้งเรื่อง ส่วน เดอะ ร็อค ยังเป็นจอมบู๊ ที่ช่วยทำให้หนังดุเดือดเข้มข้นมากขึ้น ส่วน กัล กาดอท ก็ยังถ่ายทอดบทเซ้กซี่ พราวเสน่ห์ ที่เดาทางไม่ได้ว่าเรื่องนี้เธอจะมาดีหรือมาร้าย

อย่างไรก็ตาม Red Notice ก็ยังเป็นหนังที่ประสบปัญหาคล้าย ๆ กับหนังแอคชั่น คอเมดี้ ส่วนใหญ่ มักเผชิญกัน คือความเป็นสูตรสำเร็จเกินไปของหนัง จนไร้ซึ่งความแปลกใหม่ บทหนังที่ค่อนข้างขาดเสน่ห์ ขาดมิติของตัวละคร แม้ว่าหนังจะพยายามสอดแทรกดราม่า หรือปูมหลังของตัวละครแค่ไหนก็ตาม แต่หนังก็โดนพาร์ทดราม่า และคอเมดี้กลบไปหมดสิ้น

โดยรวม Red Notice ยังเป็นอีกหนึ่งหนังแอคชั่น คอเมดี้ ทุนใหญ่จาก Netflix ที่ทำมาเพื่อเอาใจคอหนังที่ต้องการเสพความบันเทิงแบบง่าย ๆ เน้นเอามันส์ ไม่เน้นสาระ ที่ดูจบแล้วจบเลย ไม่มีอะไรให้คิดต่อมากมาย แต่กระนั้นหนังเรื่องนี้ก็ทิ้งตอนจบแบบปูทางไว้สำหรับภาคต่อเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหากมันประสบความสำเร็จระดับเดียวกับ Extraction เมื่อปีที่แล้ว เราอาจเห็นภาคต่อของหนังชุดนี้ก็เป็นได้

สามารถรับชม Red Notice ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

Cr.ภาพ: Rotten Tomatoes

ติดตามบทความ ซีรีย์ – หนัง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง 

รีวิวซีรีส์ Stranger Things season 4 Part 2

รีวิวซีรีส์ Stranger Things season 4 Part 2

หลังจากที่เดือนที่แล้ว Stranger Things ซีซั่น 4 Part 1 ที่เป็น 7 Ep. แรกได้ฉายไปก็ได้สร้างกระแส และเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ และคนดูอย่างล้นหลาม และทำให้แฟน ๆ ต่างตั้งใจรอดู Part 2 ของซีซั่นนี้อย่างใจจดจ่อ

โดยเนื้อหาในครึ่งหลังจะเป็นการทำภารกิจของแก๊งเด็กวัยรุ่นในเมืองฮอว์คกินส์ ที่ต้องหาทางปราบปีศาจร้ายแวคนา ก่อนที่มันจะทำลายเมืองนี้อย่างที่หวัง แต่ทว่าภารกิจนี้กลับเต็มไปด้วยอันตราย ที่เสี่ยงตาย ในขณะที่ด้าน แอล (มิลลี่ บ้อบบี้ บราวน์) ที่ได้พลังกลับคืนมาอีกครั้ง ก็ได้รับรู้ถึงแผนร้ายของ แวคนา และได้พยายามใช้พลังเพื่อช่วยเพื่อน ๆ ของเธอ ให้ผ่านพ้นภารกิจนี้ ด้าน ฮอปเปอร์ (เดวิด ฮาเปอร์ ) และ จอยซ์ (วีโอนา ไรเดอร์) ก็ต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากค่ายมรณะของรัสเซีย และเดินทางกลับมายัง ฮอว์คกินส์อีกครั้ง

รีวิวซีรีส์ Stranger Things season 4 Part 2

สำหรับ Part 2 ของซีซั่นนี้ เรียกได้ว่าทำออกมายิ่งใหญ่สมการรอคอยมาก ๆ โดยจะเป็นสองตอนของทีวีซีรีส์ที่มีสเกลใหญ่ระดับเดียวกับหนังใหญ่ ทั้งความยาวตอนละมากกว่า 1 ชั่วโมง เนื้อหาที่มีความ Epic แบบยกระดับจากซีซั่นก่อน ๆ หลายเท่า นับว่าเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Netflix เลยก็ว่าได้

ในขณะที่ด้านการเล่าเรื่องของสองตอนหลัง ก็ทำออกมาได้สนุกเหมือนเดิม โดยเฉพาะการมาในธีมผจญภัย สยองขวัญ ที่ทำให้ตลอดสองตอนนี้เต็มไปด้วยโมเมนต์ที่ชวนลุ้น ตื่นเต้นตลอดเวลา ในขณะเดียวกันซีรีส์ก็ยังคงความเป็นหนัง Coming of age ที่เล่าเรื่องของวัยรุ่นในเรื่องได้อย่างมีชีวิตชีวา เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้นไปอีกขั้นของตัวละคร ที่มีทั้งช่วงเวลาที่มีความสุข ช่วงเวลาทุกข์ และช่วงเวลาแห่งการสูญเสีย

ด้านโปรดักชั่นของซีรีส์ก็ถือว่าทำออกมาได้อลังการมาก ฉากในโลก Upside Down ครั้งนี้มีความน่ากลัว และยิ่งใหญ่กว่าเดิม มีฉากปล่อยพลังของ แอล ที่มีความเล่นใหญ่ รวมถึงฉากแอคชั้นในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะทำให้หลาย ๆ ตัวละครดูเท่ยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ฉากปิดซีซั่น ก็ทำออกมาได้พีคแบบสุด ๆ สมกับการเป็นซีซั่นที่ปูทางไปสู่บทสรุปของเรื่องในซีซั่นต่อไป

โดยรวม Stranger Things season 4 Part 2 นับว่าเป็นอีกการปิดซีซั่นของทีวีซีรีส์ที่ดีงามมาก ๆ เรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสเกลที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เนื้อหาที่สนุก เข้มข้นขึ้นราวกับเป็นคนละเรื่องจากซีซั่นแรก ๆ จึงไม่แปลกที่ซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในซีรีส์โปรดของหลาย ๆ คนในยุคนี้

สามารถรับชมซีรีส์ Stranger Things ทั้ง 4 ซีซั่นได้แล้ววันนี้ที่ Netflix

Cr.ภาพ: Netflix

ลิงก์ตัวอย่าง: https://youtu.be/u38ZPcyrqHk

ติดตามบทความ ซีรีย์ – หนัง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง 

ส่องหนังก่อนหน้าจะเป็น Batman คนใหม่ โรเบิร์ต แพตตินสัน แบดบอยสู่ฮีโร่รัตติกาล

Batman คนใหม่ โรเบิร์ต แพตตินสัน
Batman คนใหม่ โรเบิร์ต แพตตินสัน
Batman คนใหม่ โรเบิร์ต แพตตินสัน

ส่องหนังก่อนหน้าจะเป็น Batman คนใหม่ โรเบิร์ต แพตตินสัน แบดบอยสู่ฮีโร่รัตติกาล

พูดถึงชื่อของ โรเบิร์ต แพตตินสัน คนส่วนใหญ่คิดถึงสองอย่างบทบาทใหม่ในฐานะฮีโร่ของ DC ใน The Batman หนังใหม่ที่จะเข้าฉายในปีหน้า และอีกบทบาทคือ เอ็ดเวิร์ด คัลแลน แวมไพร์ที่มีผู้หญิงอยากถูกกัดคอมากที่สุดในโลกใน Twilight Saga (2008-2012) เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วที่กลายเป็นมหากาพย์ภาคต่อหนังแก็งค์แวมไพร์ที่ทำรายได้กันมโหฬาร

แต่เรื่องราวของ โรเบิร์ต แพตตินสัน ระหว่าง Twilight ถึง Batman เป็นความเงียบเชียบมากตั้งแต่ Cosmopolis (2012) หนังทริลเลอร์ที่แป้กทั้งรายได้และคำวิจารณ์ หลังจากนั้นเรื่องราวผลงานของ โรเบิร์ต แพตตินสัน ก็หายไป

โรเบิร์ต-แพตตินสัน-1-1
โรเบิร์ต-แพตตินสัน-1-1

แบดบอยของวงการภาพยนตร์

แต่ที่ไม่เคยจางหายในหน้าสื่อ คือความเป็นแบดบอยของ โรเบิร์ต ตอนช่วง Twilight  Saga โรเบิร์ตนั้นดังระเบิดสุดๆ เป็นสามีแห่งโลกก็ว่าได้ และพร้อมๆกันนั้นมีหลายเสียงจากกองถ่ายที่กล่าวหาว่าเขาเป็นคน “เยอะ” หลังจากความดังลดลงแล้วข้อกล่าวหาว่า “เยอะ” ก็ไม่ได้ลดลงไปเท่าไหร่ สรุปว่าข่าวงานไม่มีแต่ข่าวราคีมีเยอะกว่า

พอมาเป็น The Batman จึงมีแต่คนตั้งคำถาม

นั่นก็เพราะว่าลุคของโรเบิร์ตมันดูพังๆ สำอางและไม่น่าไหวที่จะเป็น Batman

แต่สิ่งที่คนไม่รู้ก็คือ โรเบิร์ตดิ้นรนที่จะสลัดภาพ เอ็ดเวิร์ด คัลแลน มาตั้งแต่หลุดออกจาก Twilight  Saga มาแล้ว เพราะเรื่องแรกที่รับหลังจากนั้นคือ The Rover ที่ไม่มีเค้าความสำอางเหลือเลย

แต่แม้ว่าจะร่วมในโปรเจคที่มีเครดิตหลายอันมันก็ดูเหมือนโรเบิร์ตไม่สามารถ “เกิด” ครั้งที่สองได้สักที เขารับบทที่มันแปลกออกไปเรื่อยๆ บทรองบ้าง สมทบบ้าง เพื่อกลับเข้าสู่เส้นทางการเป็นดาราขายฝีมือเต็มตัว ปัญหาคือไม่เข้าตากรรมการสักที

โรเบิร์ต-แพตตินสัน
โรเบิร์ต-แพตตินสัน

ส่องหนังที่น่าจะพา โรเบิร์ต แพตตินสัน “เกิด”ใหม่ใน The Batman

ในที่สุด ในปี 2019 ถึง 2020 เป็นช่วงเวลาที่โรเบิร์ตก็เหมือนหาทางของตัวเองเจอแล้ว เขาได้รับบทที่น่าดึงดูดใจหลายบท

แม้ว่าจะไม่เคยเป็นทางการแต่ลองมาส่องดูหนังขายฝีมือพวกนี้ ที่น่าจะทำให้เขาดีพอที่จะเป็นฮีโร่แห่งรัตติกาลคนใหม่

The Lighthouse (2019) รับบท วินสโลว์ คนเฝ้าประภาคารบนเกาะที่ห่างไกลผู้คน ประชันบทกับ วิลเล็ม แดโฟร์ ผู้มาเยือนจิตประหลาด เจอกับ วินสโลว์ ที่จิตตกจนกลายเป็นจิตหลุดไปด้วย เรื่องนี้โรเบิร์ตโชว์การแสดงที่บีบคั้นอารมณ์ได้ถึง แค่ซัดกับวิลเล็มที่เล่นได้คลั่งสุดขีดก็ต้องชมแล้ว

The King (2019) รับบทเจ้าชายหลุยส์จากฝรั่งเศสที่ยกทัพบุกอังกฤษ ประชันกับ ทิโมธี ชาลาแมต ในบทพระเจ้าเฮนรี่ที่ห้าที่เพิ่งขึ้นครองราชย์ โรเบิร์ตเล่นได้ดูรุกราน มีอำนาจและไม่ธรรมดาจริงๆ

โรเบิร์ต-แพตตินสัน
โรเบิร์ต-แพตตินสัน

Waiting for the Barbarians (2019) แม้ว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมากนัก บทก็ไม่เด่นที่สุด แต่การที่โรเบิร์ตรับบทนายทหารใต้บังคับบัญชาของ จอห์นนี่ เด็ป และเข้าฉากกับ มาร์ก ไรแลนซ์ เจ้าของออสการ์สบทบชายได้แบบอยู่ในฉากได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว

Tenet (2020) ต้องบอกว่านี่คือหนังที่พาโรเบิร์ตกลับมาสู่สายตาประชาชนอีกครั้ง เพราะหนังเรื่องนี้คนที่ถูกพูดถึงเยอะสุดคือ โนแลน ผู้กำกับ จอห์น เดวิด วอชิงตัน นักแสดงนำ แต่โรเบิร์ตในบทสมทบ นีล ผู้ช่วยพระเอกที่ย้อนทวนเวลากลับมาเป็นคีย์แมนของภารกิจหลัก

โรเบิร์ต-แพตตินสัน The Devil All the Time
โรเบิร์ต-แพตตินสัน The Devil All the Time

The Devil All the Time (2020) โรเบิร์ตรับบทสมทบ สาธุคุณหลงตัวเองที่เล่นได้มีมิติน่าชิงชังดีจริงๆ ขี่บทนำของ ทอม ฮอลแลนด์ เสียกระจุย

แม้ว่าจะระบุไม่ได้ว่า โรเบิร์ต แพตตินสัน เข้าขั้นยอดฝีมือแล้ว แต่ว่าจากห้าเรื่องที่ว่ามาค่อนข้างแน่ชัดว่า โรเบิร์ต เหมาะสมที่จะรับบท Batman ที่ว่ากันว่าจะเป็น Batman ที่กราดเกรี้ยวที่สุดเท่าที่เคยมีมาได้แน่นอน

ส่วนจะ “เกิด” จะ “ปัง” หรือไม่นั้น ต้องไปรอพิสูจน์ใน The Batman ปีหน้า

ติดตามบทความ บันเทิง ดารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง

ทอม ฮอลแลนด์ เผยเหตุหลุด

ทอม ฮอลแลนด์ เผยเหตุหลุด

เผยเหตุหลุดจากการทดสอบบท ฟินน์ ใน Star Wars แบบหมอไม่รับเย็บ

อันที่จริง ทอม ฮอลแลนด์ เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาสนใจที่จะร่วมเล่นใน Star Wars และเคยไปออดิชั่น แต่ผลคือไม่ผ่าน สิ่งที่เราไม่เคยรู้ก็คือรายละเอียดของมัน วันนี้เราได้รู้แล้วเมื่อทอมมาชยายความให้ฟังผ่านการให้สัมภาษณ์ทาง Hot Ones รายการวาไรตี้ที่เชิญดารามากินเผ็ดแล้วสัมภาษณ์ไปพร้อมๆกัน

ทอมเคยให้สัมภาษณ์ไว้หลายปีก่อนเมื่อตอนที่ Home Coming หนังภาคแรกของ Spider-Man ในเวอร์ชั่นของเขาว่า เขาเป็นแฟนคนหนึ่งของ Star Wars ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ดูภาคต้นฉบับทั้งสามภาคของปี 1977-1983 แต่หลังจากนั้นในภาค Prequel (ก่อน) กับ Sequel (หลัง) อีกสองภาคเขาได้ดูทั้งหมด (ในเวลาที่ให้สัมภาษณ์ปี 2017)

จึงไม่แปลกที่ ทอม ฮอลแลนด์จะเป็นหนึ่งในนักแสดงที่อยากมีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และในปี 2014 ทอมเคยเข้าร่วมออดิชั่นเพื่อรับบทสำคัญใน Star Wars: The Force Awakens แต่ว่าเขาก็พลาดไปในครั้งนั้น  ซึ่งต่อมาไม่นานนักหลังจากนั้นในปี 2015 ทอมก็ได้ออดิชั่นในบท Spider-Man และเป็นผู้ได้รับเลือก เรื่องนี้ทอมเคยเปิดเผยเอาไว้แล้ว แต่ว่าไม่มีใครรู้รายละเอียดเท่าไหร่

แต่ในรายการ  Hot Ones มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พิธิกรถามทอมว่าได้ยินว่ามีเรื่องที่เขาไม่ผ่านการออดิชั่น StarWars เพราะว่าควบคุมการหัวเราะไม่ได้

ทอม ฮอลลแลนด์ตอบว่า  “จริงครับ” แล้วก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในการออดิชั่นบท ฟินน์  บทนำที่สำคัญใน Star Wars: The Force Awakens

ก่อนอื่น ทอมแสดงความเห็นที่น่ารัก สุภาพและระมัดระวังมาก โดยบอกว่าเขาไม่คิดว่าเพราะว่าเหตุการณ์นั้น (ที่เขากลั้นหัวเราะไม่ได้) ทำให้เขาไม่ได้บท ฟินน์ เพราะว่าในท้ายที่สุดแล้ว จอห์น โบเยก้า ยังไงก็เป็นคนที่เหมาะสมกับบท ฟินน์ มากกว่าเขาอยู่ดี

ในตอนนั้นทอมต้องต่อบทกับนักแสดงสาวคนหนึ่งที่รับบทเป็นแอนดรอยด์ ในขณะที่ทอมตะโกนว่า “เราต้องกลับไปที่ยานเดี๋ยวนี้” แต่ในทันทีนั้นผู้หญิงที่อยู่ตรงข้ามก็กำลังพยายามเข้าบทการเป็นหุ่นยนต์อย่างจริงจังมาก แล้วเธอก็เริ่มตอบเป็นเสียงหุ่นยนต์ที่ไม่เป็นภาษาคน “ปี้ ดิ๊บ ปี๊ ดิบ ปิบ ปิบ ปิบ”

และในวินาทีนั้น ทอมที่เป็นมนุษย์หลุดขำได้ง่าย รู้สึกว่าความจริงจังของนักแสดงร่วมกับเสียงที่เธอปล่อยออกมากระตุ้นต่อมฮาของเขาพอดี ทำให้เขาชำออกมา แม้ว่าทอมจะบอกว่า “เรามาเริ่มต้นกันอีกทีเถอะ” แต่สาวน้อยคนนั้นก็ยังคงอินอยู่ในบทแอนดรอยด์และตอบเขาด้วยเสียงประหลาดอย่างเดิม นั่นก็คือตอนที่เขาหยุดหัวเราะอีกไม่ได้เลย

แน่นอนว่าการคัดเลือกตัวนักแสดงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแสดงเพียงอย่างเดียว  เพราะในปี 2014 ทอมมีร่างกายผอมบางมากโตจากในบทลูกชายของบ้านที่ประสบภัยใน The Impossible ในปี 2012 ไม่เท่าไหร่ จะไปเป็นนักรบในจักรวาล Star Wars ก่อนที่เขาจะฟิตหุ่นมาออดิชั่นเป็น Spider-Man ในปี 2015 ได้สำเร็จ

แต่นี่อาจเป็นเรื่องดีก็ได้เพราะถ้าคิดอีกที ถ้าเกิดเสีย Spider-Man ของ ทอม ฮอลแลนด์ ให้กับ Star Wars ไปละก็น่าเสียดายแย่เลย

ติดตามบทความ บันเทิง ดารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง

ทอม ฮอลแลนด์ “บ้ง”

ทอม ฮอลแลนด์

ส่งท้ายก่อนหนัง Spider-Man: No Way Home ออกฉาย

วันที่ได้อ่านบทความนี้คุณน่าจะได้ทราบแน่ชัดไปแล้วว่า Spider-Man: No Way Home มีสองสไปดี้รุ่นพี่ โทบี้และแอนดรู มาร่วมแจมหรือเปล่า  ไม่ว่าจะด้วยการดูเองหรือดูสปอยล์ แต่งานนี้เราไม่มีสปอยล์ มีแต่ความ “บ้ง” ส่งท้ายของ ทอม ฮอลแลนด์มาฝาก

ไม่รู้ว่าทีมงาน Marvel คิดยังไงแต่ก่อนที่รอบปฐมทัศน์วันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ในคืนเดียวกันก่อนหน้าฉายรอบแรกไม่กี่ชั่วโมง ทีมงานยังปล่อยสี่นักแสดงนำ ทอม ฮอลแลนด์, เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์, เซนดาญ่า และ เจคอป เบทาลอน ไปออกรายการสดของ จิมมี่ คิมเมล ที่เป็นหนึ่งในรายการไลฟ์ยอดนิยมทางทีวี ที่ตัวพิธีกรเป็นนักพูดนักแสดงตลกฝีปากคมกริบ ที่แค่บอกชื่อรู้แล้วว่า รอดยาก โดยเฉพาะทอม!

และเป็นไปตามคาด หลังจากจิมมี่พาวนไปมาสักครู่ ก็ยิงคำถามแรกเกี่ยวกับเทรลเลอร์ Spider-Man: No Way Home เจ้าปัญหาเวอร์ชั่นที่บราซิล ในฉากที่ เดอะ ลิซาร์ด กระโจนไปกลางอากาศ พร้อมๆกับเหล่าร้ายทั้งแก็งค์เข้าหา Spider-Man แล้วอีกไม่กี่วินาทีถัดมา หน้าของ เดอะ ลิซาร์ด ก็หันกลับไปอีกทางเหมือนถูกต่อยจากบางสิ่งที่มองไม่เห็น

พวกรุ่นเด็กแทบจะรับมือไม่ทัน ตอบว่าเป็นเพราะก้อนหินบ้าง นกบ้าง แต่เบเนดิกต์ที่เก๋าเกมที่สุดบอกว่า “มันต้องเป็นเพราะ เดอะลิซาร์ด ทนกลิ่นเต่าตัวเองไม่ไหวแลยต้องเบือนหน้าหนี” เรียกเสียงเฮฮาไปรอบหนึ่ง

จากนั้นจิมมี่ก็เริ่มถามเกี่ยวกับนักแสดงเหล่าร้ายจากภาคเก่าๆที่มาปรากฏตัวใน No Way Home อย่าง อัลเฟรด โมลินา, วิลเล็ม แดโฟร์ และคนอื่นๆ ทอมได้เจอกับพวกเขาหรือเปล่า

ทอมตอบแบบใสๆไปว่า  “แน่นอนว่าต้องเจอกัน เราถ่ายหนังเรื่องเดียวกันนี่นา”

จิมมี่บอกว่าเขาไม่แน่ใจหรอก เพราะว่ามันอาจจะเป็นคอมพิวเตอร์กราฟฟิคแล้วเอาแค่หัวมาก็ได้ ดังนั้นทอมจึงเล่าเรื่องในกองถ่ายระหว่างเขากับอัลเฟรด แต่หลังจากเม้าท์แบบหัวเราะกันขำๆอยู่ดีๆ

จู่ๆ จิมมี่ ก็มองไปที่ ทอม พูดขึงขังออกมาว่า

“โทบี้ แมคไกว และ แอนดรู การ์ฟิลด์ ว่ามา”

เท่านั้นเองนักแสดงทั้งหมดก็หัวเราะกันออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ ทั้งห้องส่งก็กรีดกร๊าดฮาเฮกันใหญ่ ตัวทอม ฮอลแลนด์ก็หน้าแดงตบมือแก้เก้อไปด้วยแบบทำตัวไม่ถูกอย่างเห็นได้ชัด

ครั้งนี้ไม่มีใครช่วยได้ ทอม ตอบด้วยตัวเองว่า เขายอมรับว่า “ผมเคยเจอพวกเขาในงานปาร์ตี้…”

จิมมี่ก็ต่อให้ด้วยความว่องไวว่า “ปาร์ตี้ปิดกล้องเหรอ?” ทำให้คนทั้งห้องส่งหัวเราะกันดังลั่น นักแสดงทั้งสี่ก็ขำกันท้องแข็ง ครั้งนี้เบเนดิกซ์ถึงกับตบมือให้กับจิมมี่ให้กับจังหวะยิงสอยร่วงแบบนี้

ทอมบอกว่า “ไม่รอดูกันอีกหน่อยเหรอ เดี๋ยวรอบปฐมทัศน์ก็จะฉายอยู่แล้ว”

จิมมี่จึงว่า “นี่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผม ผมถามแทนคนที่อยู่ที่นี่ แล้วก็ พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง” ก็อปม็อตโต้ของสไปเดอร์แมนมาตอบโต้

ทำให้ทอม ฮอลแลนด์ต้องตอบแบบทำหน้าจริงจังสุดๆว่า “คุณรู้มั้ยมันบ้ามากเลย เร็วๆนี้ ผมเจอแอนดรูในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง แล้วก็พอไปอีกงานปาร์ตี้อีกแห่ง ก็เจอโทบี้ที่นั่น มันบังเอิญมากๆ บังเอิญเป็นบ้าแบบนี้ที่จริงน่าจะมีใครถ่ายเอาไว้”

ในที่สุดจิมมีก็ยอมปล่อยทอมไปจากประเด็นนี้ ไปสู่ประเด็นอื่นๆ

ทอม ฮอลแลนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจอมหลุด ทั้งหลุดขำ หลุดสปอยล์มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา  ถึงแม้ว่ารอบนี้ทอมยังไม่หลุดอะไรออกมาเกี่ยวกับ No Way Home แต่ปฏิกิริยาพังสุดๆของทอมตอนขึ้นเวทีกับจิมมีนั้น ใครได้ดูก็ต้องบอกว่าแทบจะไปต่อไม่ไหว

ไม่รู้ว่าทั้งหมดแป็นพราะทอม ฮอลแลนด์พังเอง หรือว่าเพราะว่าความลับมันคับอกกันแน่ คิดว่าทุกคนกำลังจะได้รู้ หรืออาจจะได้รู้กันหมดไปแล้ว

ติดตามบทความ บันเทิง ดารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง

โปรเจกต์เรื่องถัดไปของ คริสโตเฟอร์ โนแลน

คริสโตเฟอร์ โนแลน

ย้ายบ้านจาก Warner Bros. มาเป็น Universal แทน โดยหนังจะว่าด้วยชีวประวัติของนักฟิสิกส์ผู้พัฒนาระเบิดปรมาณู

เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่คอหนังต่างพูดถึงกันเยอะมากในช่วงสัปดาห์ที่่ผ่านมา สำหรับผลงานหนังเรื่องถัดไปของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (The Dark Knight, Tenet) ที่ครั้งนี้เขาได้ย้ายบ้านจาก Warner Bros. มาทำหนังให้กับค่าย Universal แทน พร้อมทั้งโปรเจกต์นี้ก็เป็นหนังชีวประวัติเรื่องแรกของเขาอีกด้วย

โดยผลงานกำกับเรื่องถัดไปของ โนแลน จะเป็นหนังที่ว่าด้วยชีวประวัติของ เจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ นักฟิสิกส์ผู้เป็นคนที่คิดค้น และพัฒนาระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับรายละเอียดยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการมากนัก แต่แน่นอนว่า โนแลน จะมารับหน้าที่กำกับ และอำนวยการสร้างภายใต้บริษัทของเขาและภรรยาอย่าง Syncopy Inc. พร้อมทั้งด้านนักแสดงนำก็ยังมีการวางตัว คลินเลียน เมอร์ฟี่ ที่เคยร่วมงานกับ โนแลน มาแล้วใน (Batman Begins, Dunkirk) มารับบทนำในหนังเรื่องนี้

ส่วนด้านสตูดิโอผู้สร้างอย่าง Universal ก็ได้มอบเงื่อนไขการทำงานร่วมกับโนแลน โดยหนังจะได้ทุนในการสร้าง 100 ล้านเหรียญฯ และทุนในการโปรโมทอีก 100 ล้านเหรียญฯ ซึ่งโนแลน จะได้อิสระในการสร้างสรรค์หนังเรื่องนี้ทั้งหมด นอกจากนี้หนังจะต้องเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างน้อย 100-130 วัน ถึงจะสามารถลงฉายบนสตรีม หรือจำหน่ายในรูปแบบโฮมเธียเตอร์ โดยช่วงก่อน และหลังการฉายหนังเรื่องนี้ ห้ามมีหนังเรื่องอื่น ๆ ของ Universal ฉายในโรงภาพยนตร์

สำหรับสาเหตุที่ โนแลน โบกมือลา Warner Bros. หลังจากที่ร่วมงานกันมากว่า 20 ปี ก็เนื่องจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทาง Warner Bros. ได้วางแผนรับมือการฉายหนังในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการประกาศว่าจะทำการฉายหนังทุกเรื่องของค่ายในโรงภาพยนตร์ พร้อมกับลงฉาย HBO MAX ในเวลาเดียวกัน โดยที่ทางค่ายไม่ได้บอกให้ทางผู้สร้างหนังได้รับทราบ ทำให้ด้านผู้กำกับที่ยึดมั่นในการฉายหนังในโรงภาพยนตร์อย่าง โนแลน ไม่พอใจกับการกระทำของ Warner Bros. ในครั้งนี้มาก ๆ ทำให้เขาตัดสินใจแยกทางกับสตูดิโอ

สำหรับ คริสโตเฟอร์ โนแลน เป็นผู้กำกับหนังมากฝีมือ สัญชาติอังกฤษ โดยผลงานของเขาส่วนใหญ่จะเป็นหนังที่มาพร้อมความหวือหวาในด้านการเล่าเรื่อง การผสมผสานระหว่างไซไฟ และจิตวิทยา ที่ลึกล้ำ ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ โนแลน ก็ยังเป็นผู้สร้างหนังไตรภาคแบทแมน ที่ดีที่สุดอย่าง The Dark Knight Trilogy ที่กลายเป็นหนังเรื่องโปรดของหลาย ๆ คนมาจนทุกวันนี้ ส่วนผลงานที่โดดเด่นของเขาก็ได้แก่ Momento, Inception, The Dark Knight และ Interstellar

ส่วนกำหนดฉายหนังเรื่องถัดไปของโนแลน ยังไม่มีการกำหนดช่วงเวลาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าหนังจะเปิดกล้องในช่วงต้นปีหน้า และน่าจะเข้าฉายในช่วงปี 2023-2024

Cr.ภาพ : IMDB

ติดตามบทความ บันเทิง ดารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง

การปรากฏตัวของ CL และ Rosé

CL และ Rosé

2 สาวศิลปินไอดอล K-POP ชื่อดังในงาน Met Gala 2021

งาน Met Gala เป็นงานเลี้ยงเฉลิมฉลองประจำปีในช่วงกลางคืน เพื่อหารายได้สนับสนุนสถาบันเครื่องแต่งกายแห่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1870 ตั้งอยู่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยงาน Met Gala ถูกจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1948 จนได้แอนนา วินทัวร์​ (Anna Wintour) ซึ่งเป็นบรรณาธิการบริหารของ Vogue มาดำรงตำแหน่งเป็นประธานการจัดงานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 เป็นต้นมา ในแต่ละปีจะมีการกำหนดธีมของงานและและเครื่องแต่งกาย เพื่อให้แขกได้แต่งกายให้สอดคล้องกัน โดยในปี ค.ศ. 2021 นี้ มีเดรสโคดคือ “American Independence” ตามธีมของงาน นั่นคือ “In America: A Lexicon of Fashion” บรรดาแขกที่จะมาเข้าร่วมงานจะต้องได้รับการเชิญและอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของประธานการจัดงานอย่างแอนนา วินทัวร์ เท่านั้น เรียกได้ว่า งาน Met Gala เปรียบเสมือนงานออสการ์แห่งโลกแฟชั่นเลยทีเดียว

ในทุกปีจะมีนักออกแบบ นางแบบ นายแบบ นักร้อง นักแสดง คนดังระดับโลกที่ได้รับเชิญมาเข้าร่วมงาน และปรากฏตัวในเครื่องแต่งกายอลังการเพื่อให้เข้ากับธีมของงาน ในปีนี้ก็ได้สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากในกลุ่มแฟนคลับ K-POP เนื่องจากการปรากฏตัวของ CL บนพรมแดงหน้างาน ซึ่ง CL หรือ ลี แชริน เป็นที่รู้จักในฐานะนักร้อง แร็ปเปอร์ และนักแสดงชื่อดัง เธอเป็นอดีตหัวหน้าวง 2NE1 ที่สามารถสร้างกระแสเพลงฮิตไปทั่วเอเชีย ปัจจุบันเธอเป็นศิลปินเดี่ยว และมีบทบาทในการเป็นนักแสดงในฮอลลีวูดอีกด้วย ทำให้ CL กลายเป็นแร็ปเปอร์ที่เป็นที่รู้จักในระดับโลกด้วยความสามารถที่โดดเด่นของเธอ

CL ปรากฏตัวบนพรมแดงของงาน Met Gala ด้วยเครื่องแต่งกายจากแบรนด์สัญชาติอเมริกันชื่อดังอย่าง อเล็กซานเดอร์ หวัง (Alexander Wang) เธอสวมเดรสผ้าเดนิมคลุมไหล่และอันเดอร์แวร์สีขาว ซึ่งลักษณะของผ้าเดนิมสื่อถึงความเป็นอเมริกันได้ดีทีเดียว พร้อมกับสวมสร้อยคอโทนสีเขียวและรองเท้าส้นสูง ที่โดดเด่นคือทรงผมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากทรงผมของราชวงศ์ของเกาหลีนั้นเอง

นอกจากนี้ ยังมีศิลปินไอดอล K-POP อีกหนึ่งคนที่มาเข้าร่วมงาน Met Gala ด้วย นั่นคือ Rosé หนึ่งในสมาชิกของวง BLACKPINK ที่มีเพลงฮิตไปทั่วโลกและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการ K-POP อีกด้วย เมื่อไม่นานมานี้เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Global Brand Ambassador ของ Saint Laurent แบรนด์ดังระดับโลก

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าเธอจะได้ไปเข้าร่วมงาน Met Gala ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ก่อนที่จะมีการจัดงาน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดของเหล่าแฟนคลับ Rosé ได้ปรากฏตัวบนพรมแดงของงานด้วยเครื่องแต่งกายจากแบรนด์ Saint Laurent โดยสวมชุดเดรสสั้นสีดำคาดด้วยโบว์สีขาวบริเวณอก พร้อมกับเครื่องประดับสร้อยคอที่หรูหรา ซึ่งถือว่า CL และ Rosé เป็นศิลปินไอดอลหญิงจากวงการ K-POP 2 คนแรกที่ได้เข้าร่วมงาน Met Gala เลยทีเดียว

ติดตามบทความ บันเทิง ดารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง

5 สาวหวานใจแร็ปเปอร์ ที่สวย เซ็กซี่ที่สุด

5 สาวหวานใจแร็ปเปอร์

สำหรับวงการแร็ปเปอร์ที่ชาวเน็ตให้ความสนใจ

เป็นอีกหนึ่งวงการที่น่าติดตามอยู่ในขณะนี้ หลายคนเฝ้าติดตามวงการแร็ปเปอร์ มาเป็นเวลานาน ถูกใจคอเพลงแนวฮิปฮอปสุดคูล ที่ร้องเพลงออกมาในจังหวะที่โดนใจ แต่งตัวมีสไตล์ ซึ่งแต่ละคนมีสไตล์ที่ต่างกันออกไป ทำให้ถูกใจเหล่าบรรดาแฟนคลับอยู่ไม่น้อย

และนอกจากผลงานต่างๆ ที่น่าติดตามแล้ว ทั้งเพลง ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต วันนี้เราจะขอมานำเสนอในด้านของหวานใจของหนุ่มแร็ปเปอร์แต่ละคน เรียกว่า สะใภ้ของวงการแร็ปเปอร์ ต่างก็สวย น่ารัก สดใส เซ็กซี่ เป็นอย่างมาก ทำเอาหนุ่มๆหลายคนใจสลายไปกันมากแล้ว มาชมกันดีกว่าว่า สาวๆแต่ละคนมีดี ปังอย่างไรกันบ้าง ซึ่งจะของัด 5 อันดับหวานใจแร็ปเปอร์ ที่ถูกใจชาวเนตเป็อนย่างมาก ไว้ดังนี้

อันดับ 5 กร ษิภูตา

สาวสวยที่ล่าสุดกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งไปแล้ว สำหรับหวานใจของ นักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดัง เป้ วงมายด์ เป็นสาวนอกวงการ ที่หน้าตาน่ารัก หน้าหวาน ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ใครที่ได้เห็นรอยยิ้มอันสดใสของธอต้องเป็นอันตกหลุมรักอย่างแน่นอน

อันดับ 4 มาร์กี้ ราศรี

สำหรับสาวคนนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยผลงานละครที่ผ่านมา นางเอกดังของช่อง 3 ที่ฝากผลงานละครไว้อย่างมากมาย จนเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ คุณแม่ลูกแฝดของ มีก้า-มีญ่า ศรีภรรยาของแร็ปเปอร์ ที่มีดีกรีเป็นทายาทเจ้าของเซ็นทรัล อย่าง ป๊อก ภัสสรกรณ์ ปัจจุบันเป็นครอบครัวที่มีภาพความน่ารัก อบอุ่น มาให้ชาวเน็ตได้ชื่นชมและติดตามกันอย่างล้นหลาม

อันดับ 3 ซานิ นิภาภรณ์

สำหรับสาวคนนี้ นอกจากความสวยและความแซ่บที่มีแล้ว เจ้าตัวเองยังเป็นนักร้องเสียงทรงพลัง อย่าง ซานิ นิภาภรณ์ ที่กำลังปลูกต้นรักกับแร็ปเปอร์หนุ่ม อย่าง ดรีม ศุภกฤต  แม้ที่ผ่านมาจะไม่ค่อยออกสื่อ เรื่องความรักเท่าไร แต่สถานะหัวใจตอนนี้ กำลังหวานฉ่ำเลยทีเดียว

อันดับ 2 ปราง กัญญ์ณรัณ

นักแสดงสาว มากความสามารถ สาวหน้าหวานตาคม อย่าง ปราง กัญญ์ณรัณ แน่นอนว่าหนุ่มๆหลายคนต่างตกหลุมรักเธอ ครบทุกด้าน ทั้งสวย หุ่นดี เสียงเพราะ แต่ก็ต้องยอมถอยให้กับแร็ปเปอร์หนุ่ม โต้ง ทูพี ที่กำลังคบหากันอยู่ ถึงแม้จะเคยเลิกรากันไป แต่คู่กันแล้ว อย่างไรก็ไม่แคล้วกลับมาคบหากันอีกครั้ง และเหมือนครั้งนี้จะไปได้ดีอีกด้วย

อันดับ 1 ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา

คุณแม่มือใหม่สายแซ่บ อย่าง ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ที่แม้จะท้องก็ไม่วายเผยภาพสุดแซ่บออกมาให้หนุ่มๆหัวใจจะวายกันหลายคน หวานใจของแร็ปเปอร์ลูกครึ่ง กวินท์ ดูวาล สาวสุดแซ่บที่มีเสน่ห์ ด้วยความตรงไปตรงมา เผ็ด แซ่บ ของเธอนั้น ทำให้หลายคนติดตามอย่างล้นหลาม

ติดตามบทความ บันเทิง ตารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง

“จ้าวลู่ชือ”

จ้าวลู่ชือ

นักแสดงหญิงจีนรุ่นใหม่ไฟแรง มากความสามารถ

ถ้าพูดถึงนักแสดงหญิงจีนรุ่นใหม่ไฟแรงที่สามารถกระโดดขึ้นแท่นมาเป็นนางเอกดาวรุ่งได้ภายในระยะเวลาไม่ถึงปีต้องเธอคนนี้ “จ้าวลู่ซือ” ซึ่งปี 2021 นี้ไม่มีอะไรที่จะมาฉุดความปังของเธอคนนี้อยู่จริงๆ เธอเป็นนักแสดงหญิงวัยรุ่นจีนอายุ 23 ปี ที่มากความสามารถ หรือที่ทุกคนรู้จักว่าเธอเป็นนางเอกแห่งซีรี่ย์ย้อนยุคที่ขายความขำ ขายเสียงหัวเราะให้กับแฟนซีรี่ย์ ซึ่งล่าสุดเธอคนนี้กำลังมีซีรี่ย์เรื่องใหม่อีก 3 เรื่องที่ประกบกับสามีในฝันของใครหลายๆคน เรียกได้ว่าสาวๆหลายคนถึงกับอยากรู้จริงๆว่าชาติที่แล้วเธอทำบุญมาด้วยอะไร

เรื่องแรกคือเรื่อง A Female Student Arrives at the Imperial College หรือ ศิษย์สาวป่วนสำนัก ซึ่งกำลังออนแอร์อยู่ ณ ตอนนี้ สามารถรับชมผ่านทาง WeTV กันได้เลยเป็นซีรี่ย์แนวโบราณย้อนยุค ซึ่ง”จ้าวลู่ซือ” รับบทเป็น “ฉางชี” ประกบกับพระเอก “สวีไคเฉิง” รับบทเป็น ” เหยี๋ยนอวื่นจือ เรียกได้ว่านอกจากเส้นเรื่องที่มีความน่าสนใจและน่าติดตามมากๆแล้วนั้น เคมีของพระนางคือเข้ากันดีสุดๆและทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของคู่นี้น่ารักมากๆ พระเอกมีความสูงฉะรูด ส่วน”จ้าวลู่ซือ”มีความน่ารักไซส์มินิ เรื่องย่อคือเรื่องราวของนางเอก “ฉางซี” ที่ต้องเข้าไปเรียนเป็นศิษย์ผู้หญิงคนแรกของ “สถาบันกั๋วจื่อเจี้ยน” เรื่องราวสุดฮาจึงได้เริ่มขึ้น และที่สำคัญนักแสดงทุกคนในเรื่องนี้สมบทบาททุกคน พลาดไม่ได้!

ต่อมาคือเรื่อง Who Rules The World(เทียบท้าปฐพี) ซึ่ง”จ้าวลู่ซือ”ก็ได้ประกบคู่กับพระเอกในดวงใจอย่าง “หยางหยาง” ที่เป็นพระเอกสุดฮอตเบ้าหน้าฟ้าประทาน ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้แฟนคลับที่เป็นคอซีรีส์จีนตื่นเต้นและรอติดตามชมกันเป็นแถวๆ ลุ้นไปกับซีรีส์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก และเรื่องราวของซีรี่ย์เรื่องนี้คือจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวเส้นทางชีวิตของตัวเอกที่จะต้องเลือกระหว่างบ้านเมืองกับความรัก! เอาล่ะสิ แค่เส้นเรื่องก็น่าติดตามแล้วบวกกับนักแสดงที่โคจรมาเจอกัน ล่าสุดก็ได้มีการปล่อยตัวอย่างออกมาเรียกน้ำย่อยให้ดูกันแล้ว อย่าลืมจดลิสต์ชื่อซีรี่ย์แล้วรอติดตามกันได้เลย!

และสุดท้ายเป็นซีรี่ย์จีนเรื่องล่าสุดของจ้าวลู่ซือที่คอนเฟิร์มรายชื่อนักแสดงเรียบร้อยแล้ว นั่นคือ Xing Han Can Lan (Love Like the Galaxy) ซึ่ง”จ้าวลู่ซือ”ได้ประกบคู่กับพระเอกอย่าง “อู๋เหล่ย” ที่ทั้งคู่เคยมีผลงานเรื่องเดียวกันแล้วในเรื่อง สตรีหาญ ฉางเกอที่อู๋เหล่ยเป็นพระเอกคู่กับเร่อปา ออนแอร์เมื่อต้นปี 2021 ซึ่งแค่รายชื่อนักแสดงก็ปังสุด! แค่คิดก็อยากชมตอนที่ซีรี่ย์ออนแอร์ไม่ไหวแล้ว

ซึ่งปีนี้คอซีรี่ย์และแฟนคลับสามารถรับชมซีรี่ย์ที่”จ้าวลู่ซือ”แสดงได้อย่างฟินจุใจสุดๆกันเลย รับรองความสนุก ความปัง และเสน่ห์ของ “จ้าวลู่ซือ” ในทุกเรื่องที่แสดง เรียกได้ว่าเธอประสบความสำเร็จมาได้ไกลมากจากความพยายามและความสามารถของเธอเอง ถือเป็นดาราจีนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถของเธอคนนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยและความสามารถทางการแสดงเท่านั้น แต่เธอมีความสามารถที่เหลือล้นอื่นๆอีกมาก เช่น การร้อง การเต้น กีฬา หรือดนตรี เรียกได้ว่าผู้หญิงคนนี้ครบเครื่อง เพอร์เฟ็กต์ที่สุด!

ติดตามบทความ บันเทิง ดารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง

กวินเน็ธ พัลโทรล อดีตหวานใจ

กวินเน็ธ พัลโทรล

Iron Man เผยสูตรลับที่ทำเป็นประจำทุกเช้าในการเริ่มต้นวันใหม่

กวินเน็ธ พัลโทรล หญิงเก่งของวงการฮอลลีวู้ดที่ผู้ชมรู้จักเธอดีบทบาทของ เป็ปเปอร์ พ็อตต์ หวานใจสุดแกร่งของ Iron Man ที่ปรากฏตัวอยู่ในหนังหลายเรื่องในจักรวาล MCU แถมถ้าดูดีๆแล้วตั้งแต่ภาคแรกของ Iron Man ในปี 2008 จนถึงการปรากฏตัวในหนัง Avengers: Endgame ในปี 2019 กวินเน็ธ เปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ดูแลสุขภาพตัวเองได้ดีสุดๆ จนไม่แปลกที่จากความโดดเด่นนี้เธอได้เปิดธุรกิจด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในปี 2008 บริษัทชื่อ Goop ของเธอเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีครีเอทีพมากๆ

มีทั้งสเปรย์น้ำมันพลังจิตไล่แวมไพร์ที่มีกลิ่นหอมที่ตัวเราจะสดชื่นและใช้ไล่คนที่ไม่ชอบออกไปได้(ใช่..ฟังไม่ผิดหรอก) ยังมีไข่หยกที่ใช้สำหรับเสริมพลังที่มีวิธีการใช้ได้ประหลาดสุดๆ (ไม่สามารถเขียนได้อยากรู้ต้องหาอ่านเอง)

แต่ใช่ว่าจะมีแต่ของซุปเปอร์ครีเอทีพที่ใช้ดึงสายตาผู้ซื้อ(และขายได้ด้วย) ยังมีผลิตภัณฑ์ธรรมดาอื่นๆอีกมากมายให้เลือกใช้ และแน่นอนว่ามีสไตล์สมกับเป็นกวินเน็ธ ด้วยความแปลกประหลาดและความเป็นกวินเน็ธทำให้ยอดขาย Goop ไม่มากไม่น้อยอยู่ที่หลัก 200 กว่าล้านUSDต่อปีเท่านั้นเอง!

เมื่อมีภาพลักษณ์เช่นนี้ ธุรกิจก็เช่นนั้น เมื่อเร็วๆนี้นิตยสารและเว็บไซต์วอลล์สตรีทเจอร์นัลได้มีโอกาสสัมภาษณ์กวินเน็ธ จึงไม่พลาดที่จะถามว่าอะไรเป็นเคล็ดลับส่วนตัวของเธอในการเริ่มต้นวันใหม่

เคล็ดลับที่กวินเน็ธเปิดเผยนั้น เรียกว่า “Oil Pulling” หรือเรียกได้ว่าน้ำมันล้างพิษ เมื่อตื่นนอนตอนเช้าเธอจะใช้น้ำมันมะพร้าวหนึ่งช้อนเต็มๆอมไว้ในปากเป็นเวลาหลายนาที และนั่นจะทำให้สุขภาพดีขึ้นพร้อมรับวันใหม่ ซึ่งเป็นเทคนิคของชาวอินเดียโบราณ

ช่างสมกับเป็นเจ้าของบริษัท Goop จริงๆ แม้แต่วิธีการดูแลสุขภาพก็ยังไม่เหมือนใครอีกด้วย!

แล้วสุขภาพดีจริงหรือไม่?

วิธีการนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในอเมริกาช่วงปี 2014 ตามข้อมูลแล้ววิธีการนี้จะทำให้น้ำมันมะพร้าวดูดพิษตกค้างในร่างกาย เมื่อบ้วนทิ้งไปก็เท่ากับขจัดพิษออกไปได้

คุณหมออีริค อาสเชอร์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวโรงพยาบาลเล็นน็อกซ์ฮิลล์ ยืนยันว่าน้ำมันมะพร้าวจะช่วยเสริมสุขภาพช่องปากด้วยการนำเอาสารพิษตกค้างออกไปจริงๆ ทำให้ช่องปากสะอาดขึ้น ลดคราบหินปูน และช่วยทำลายเชื้อแบคทีเรียทำให้ลมหายใจสะอาดขึ้น

เอาจริงดิ!

นอกจากนี้ยังมีทันตแพทย์คนอื่นๆอีกที่บอกว่าแม้มันจะไม่ค่อยชัดเจนเรื่องคุณสมบัติทั้งหมดของวิธีการ Oil Pulling แต่ว่าเห็นตรงกันว่าช่วยให้สุขภาพเหงือกดีขึ้นแน่ๆ

ย้ำอีกที ยืนยันว่าเคล็ดลับนี้เวิร์ค!

แต่คุณหมอก็เตือนเหมือนกันว่า การอมน้ำมันมะพร้าวกลั้วปากคอในตอนเช้า ไม่ได้แทนที่การแปรงฟัน แต่เป็นออฟชั่นเสริมเท่านั้น

กวินเน็ธทิ้งท้ายในการสัมภาษณ์ว่า น้ำมันมะพร้าวที่ใช้ผสมมินท์ด้วย “หลังจากน้ำมันล้างพิษแล้ว ถ้าคุณใช้ที่ขูดลิ้นด้วย รับรองว่าจะรู้สึกว่าปากสะอาดและรู้สึกสดชื่นสุดๆไปเลยในทุกๆเช้า”

ฟังกวินเน็ธอย่างนี้แล้วอยากลองวิธีของเธอกันบ้างมั้ย!

ติดตามบทความ บันเทิง ดารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง