“The Aubreys”

The Aubreys

วงดนตรีอินดี้ร็อกจากสองเพื่อนซี้ Finn Wolfhard และ Malcolm Craig

หลายคนอาจจะรู้จัก Finn Wolfhard ในฐานะนักแสดงจากผลงานยอดเยี่ยมอย่าง Stranger Things และ IT แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขามีความสามารถทางด้านดนตรีและมีความสนใจในด้านการทำเพลง โดย Finn Wolfhard และ Malcolm Craig ทั้งสองเป็นชาวแคนาดาและเป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่อายุเพียง 11 ขวบ ทั้งสองเคยปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอเพลง Guilt Trip ของวงดนตรีพังค์ร็อกอย่าง PUP ซึ่งปล่อยออกมาในวันที่ 16 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 2014 ด้วยความสนใจทางด้านดนตรีที่มีร่วมกัน พวกเขาและเพื่อนชาวแคนาดาอีก 2 คน จึงได้รวมตัวกันก่อตั้งวงดนตรีที่ชื่อว่า Calpurnia ขึ้นมา

วง Calpurnia ถูกก่อตั้งขึ้นมาในปี ค.ศ. 2017 ประกอบด้วย Finn Wolfhard ทำหน้าที่เป็นนักร้องนำและกีตาร์ริทึ่ม, Malcolm Craig ทำหน้าที่เป็นมือกลอง, Ayla Tesler-Mabe ทำหน้าที่เป็นนักร้องนำและกีตาร์นำ และ Jack Anderson ทำหน้าที่เป็นนักร้องนำและมือเบส โดยมีอีพีอัลบั้มแรกชื่อว่า “Scout” และได้ออกซิงเกิลแรกอย่าง “City Boy” เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ปี ค.ศ. 2018 หลังจากนั้นก็ปล่อยซิงเกิล “Louie” เมื่อวันที่ 12 เมษายน และ “Greyhound” เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ตามมาในปีเดียวกัน ทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักเพิ่มมากยิ่งขึ้น จนพวกเขาได้สัมภาษณ์พิเศษกับเว็บไซต์ Billboard เกี่ยวกับผลงานและแนวทางในอุตสาหกรรมดนตรี

จนกระทั่งในวันที่ 8 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2019 พวกเขาได้ประกาศยุติการทำงานของวง Calpurnia และสมาชิกจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง หลังจากนั้นไม่นาน Finn Wolfhard และ Malcolm Craig ก็ประกาศว่าพวกเขาจะกลับมารวมตัวกันทำวงดนตรีอินดี้ร็อกในชื่อ “The Aubreys” ซึ่งมีสมาชิกเพียงแค่ 2 เท่านั้น

The Aubreys ได้ปล่อยผลงานแรกออกมาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง The Turning (ปีศาจเลี้ยงลูกคน) มีชื่อเพลงว่า “Getting Better (otherwise)” โดยปล่อยออกมาในวันที่ 15 มกราคม ปี ค.ศ. 2020 โปรดิวซ์โดย Lawrence Rothman ซึ่งถือเป็นผลงานเดบิวต์ซิงเกิลแรกของพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ปล่อยอีพีอัลบั้มแรกออกมาในวันที่ 13 มีนาคม ปี ค.ศ. 2020 ชื่อว่า Soda & Pie ประกอบด้วยเพลง 3 เพลง ได้แก่ Brother, Loved One และ Afraid to Drink โดยผลงานล่าสุดของพวกเขาคือซิงเกิลที่ชื่อว่า “Karaoke Alone” ปล่อยออกมาในวันที่ 10 กันยายน ปี ค.ศ. 2021

ถึงแม้ว่า The Aubreys จะมีสมาชิกเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น แต่ Finn Wolfhard และ Malcolm Craig ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยที่พวกเขาเขียนเนื้อเพลงและโปรดิวซ์ด้วยตนเอง เรียกได้ว่า พวกเขามีส่วนร่วมในการทำเพลงแทบจะทุกขั้นตอนเลยทีเดียว นอกจากนี้ ถึงแม้ว่า Finn Wolfhard จะยังคงทำหน้าที่ในฐานะนักแสดงไปพร้อมกัน แต่เขาก็ยังให้ความสนใจในการทำเพลงต่อไป และหวังว่าพวกเขาจะปล่อยผลงานเพลงออกมาอีกเรื่อยๆ ในอนาคต

ติดตามบทความ บันเทิง ดารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com

FB : รวมพลคนบันเทิง

เอกลักษณ์ของ “Mido and Falasol” วงดนตรีจากซีรีส์เรื่อง Hospital Playlist

Mido and Falasol

Mido and Falasol” เป็นชื่อของวงดนตรีที่คนทั่วไปอาจจะไม่คุ้นหูนัก แต่สำหรับใครที่ได้รับชมซีรีส์เรื่อง Hospital Playlist ก็จะถึงบางอ้อเลยทีเดียว โดยซีรีส์เรื่อง Hospital Playlist เป็นการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมิตรภาพของเพื่อนหมอ 5 คนที่มีความสนิทสนมกันมากกว่า 20 ปี ตั้งแต่เข้าโรงเรียนแพทย์จนถึงการทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน จุดเด่นของเรื่องจะเป็นการเล่าถึงความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครที่ไม่ได้หวือหวามากนัก แต่สามารถดึงดูดผู้ชมได้จากการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน ปัจจุบันมีทั้งหมด 2 ซีซั่น (ซีซั่นละ 12 ตอน) ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับมากฝีมืออย่าง ชิน วอนโฮ (Shin Won-ho)

จุดที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้ชมทั้งหลาย คือการที่กลุ่มเพื่อนหมอทั้ง 5 คน ได้รวมตัวกันสร้างวงดนตรีขึ้นมา ชื่อว่า “Mido and Falasol” โดยนักแสดงนำของเรื่องอย่าง โช จองซอก ได้เล่าถึงที่มาของชื่อวงดังกล่าว ว่ามาจากการนำตัวโน๊ตทั้ง 5 ตัวมารวมกัน โดยให้ “มีโด” เป็นตัวแทนของชอน มี-โด และ “ฟา ลา ซอล” เป็นตัวแทนของนักแสดงที่เหลืออีก 4 คน

“Mido and Falasol” ประกอบไปด้วยสมาชิกและตำแหน่งภายในวง ได้แก่

  • อี อิกจุน (Lee Ik-Jun) ศัลยแพทย์ทั่วไป รับบทโดย โช จองซอก (Jo Jung-Suk) ตำแหน่งนักร้องนำและมือกีตาร์
  • อัน จองวอน (Ahn Jeong-Won) กุมารศัลยแพทย์ รับบทโดย ยู ยอนซอก (Yoo Yeon-Seok) ตำแหน่งมือกลอง
  • คิม จุน-วาน (Kim Jun-Wan) ศัลยแพทย์ทรวงอก รับบทโดย ชอง กยองโฮ (Jung Kyung-ho) ตำแหน่งมือกีตาร์
  • ยัง ซอก-ฮยอง (Yang Seok-Hyung) แพทย์ด้านสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา รับบทโดย คิม แด-มยอง (Kim Dae-myung) ตำแหน่งมือคีบอร์ด
  • แช ซง-ฮวา (Chae Song-Hwa) ประสาทศัลยแพทย์ รับบทโดย ชอน มี-โด (Jeon Mi-Do) ตำแหน่งมือเบส

ภายในเรื่องจะเห็นว่า “Mido and Falasol” นำเพลงฮิตในช่วงปลายยุค 90 ของเกาหลีมาเล่นกันแทบทุกตอน โดยในซีซั่นแรกมีเพลงฮิตที่พวกเขานำมาเล่น ได้แก่ เพลง Aloha – Cool (2001), เพลง Me to You, You to Me – The Classic (2003), เพลง I Knew I Love – Shin Hyo Beom (2006) และในซีซั่นที่สอง ได้แก่ เพลง Superstar – Lee Han Chul (2006), เพลง Already One Year – Brown Eyes (2007) เป็นต้น โดยภายในเรื่องยังมีเพลงอีกจำนวนมากที่พวกเขาซ้อมกันในหลายๆ ฉาก

แน่นอนว่า นักแสดงแต่ละคนไม่ได้เป็นนักดนตรีหรือเล่นเครื่องดนตรีได้อย่างเชี่ยวชาญมากนัก ในเบื้องหลังพวกเขาจึงต้องฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อให้พวกเขาสามารถเล่นได้อย่างสมจริงมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังทำการอัดเพลงในนามของวง “Mido and Falasol” ออกมาให้กับแฟนเพลงได้ฟังอีกด้วย ซึ่งสามารถฟังเพลงเหล่านั้นได้ผ่านช่องทางบริการ Music Streaming ต่างๆ เช่น Spotify, YouTube Music, Apple Music เป็นต้น ซึ่งถือได้ว่า “Mido and Falasol” กลายเป็นนักดนตรีทั้งในจอและนอกจอเลยทีเดียว

ติดตามบทความ บันเทิง ดารา-นักร้อง ในทุกสัปดาห์ได้ที่ news-entertainments.com